เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
 
 
 
 
 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก การ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ ซึ่งคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น เล่นเพื่อความบันเทิง
 
 
 
 
และแล้ว และแล้ว !!!!
เราก็ได้ใช้ประสบการณ์การไปเที่ยวมาจนได้ 55555555555555555
 
 
วรั้ยยย พาไปเที่ยวให้หนำใจเลยค่ะ คุณเอ! #ว้อทช์
 
 
 
 
ชื่อ : เนธาน แมคเคิร์กแลนด์ 
รหัสนักเรียน : 131205
เมือง : Cambridge, England, United Kingdom
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
วันที่ 1 !!
 
 
 
โอ้ ! ต้องพาคนๆนี้ไปเที่ยวที่บ้านงั้นเหรอ >_> !!
 
*ยืนมองสำรวจนายเอตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนยิ้มกว้าง* งั้นไปกันเถอะ !!
 
 
 
 
*หลังจากขึ้นเครื่องยาวนานเฉลี่ยประมาณ 6-7 ชั่วโมงก็มาถึงสนามบินกันล่ะ*
 
 
 
 
 
"สนามบินที่มาลงคือสนามบิน Cambridge Airport นะครับคุณเอ" ผมยิ้มพร้อมกับถือกระเป๋าแบ็คแพคของตัวเองลงจากเครื่อง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คนที่เขาเรียกว่าเอ มองกวาดตาไปรอบๆอย่างสนใจก่อนจะหลุดปากออกมาว่า "ทำไมมันเล็กจัง" 
 
 
 
 
ผมขำ ก่อนจะตอบไป "ก็เพราะว่าที่นี่ไม่ใช่ Internation airport น่ะครับ ส่วนใหญ่จะลงจากสนามบิน Heathrow ที่ ลอนดอนมากกว่า" 
 
 
 
เขาพยักหน้า ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอีก "แล้วทำไมเราไม่ลงกับเขาบ้าง?"
 
ผมไหวไหล่เล็กน้อย
 
 
 
"ก็เพราะว่า ผ.อ. บอกว่าให้ลงสนามบินที่ใกล้ที่สุดนี่นา"
 
 
 
 
จบประโยคดังกล่าวเขาถึงเงียบไป 
 
 
 
 
"งั้นเราไปกันต่อเถอะครับ ผมจองโรงแรมไว้ให้แล้วนะ!" ผมยิ้มกว้างทำให้เขาพยักหน้ารัวๆพร้อมกับส่งยิ้มตอบกลับมา
 
 
 
 
 
"ระหว่างอยู่นี่ก็พยายามหลีกเลี่ยงขึ้นแท๊กซี่นะครับ เพราะว่าราคามันสูงมากน่ะ" ขณะที่ผมเรียกแท๊กซี่เพื่อไปยังโรงแรมก็อธิบายเล็กน้อย เขาดูแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
 
 
 
หลังจากที่นั่งแท๊กซี่ไม่กี่นาที เข้าตัวเมือง ก็ถึงโรงแรมที่ผมได้จัดจองเอาไว้ให้
 
 
 
 
"หวังว่าจะไม่เล็กไปนะครับ" ผมยิ้มนิดๆขณะที่ต้องกลืนน้ำลายยื่นแบงค์ 20 ปอนด์ (ประมาณ850 บาท) ออกไปจ่ายค่าแท๊กซี่ คนขับดูจะขำขันไม่น้อยที่เห็นผมทำท่าแบบนั้น
 
 
 
"โฮ่ย ไม่เล็กไปหรอกน่า!!" คุณเอพูดอย่างแข็งขันเขาหยิบกล้องที่ห้อยอยู่ที่คอขึ้นมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
 
 
 
 
 
"ที่นี่ เขาอยู่มานานแล้วล่ะครับ อยู่ในใจกลางเมืองพอดี สะดวกหลายๆอย่างเลย" ผมพูดก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปเช็คอิน พนักงานประจำส่งยิ้มให้กันอย่างคุ้นเคย แล้วยื่นกุญแจให้ 
 
 
 
 
ผมพาเขาไปส่งที่ห้อง รอไม่นานเจ้าตัวก็ออกมาพร้อมรอยยิ้มพอใจกับห้องที่ผมจัดหาไว้ให้ 
 
 
 
ก็สมควรล่ะ ....... ก็ห้องชั้นสามน่ะ เป็นห้องที่แพงที่สุดนี่นา คิดไปแล้วก็แอบคำนวณตัวเลขไปอย่างหวาดเสียวไม่ได้
 
 
 
 
"เดี๋ยวต่อไปเราจะไปคิงคอลเลจกันนะครับ" พอว่าแบบนี้เจ้าตัวก็ทำหน้างงแล้วถามใหญ่ว่าจะไปคอลเลจทำไมอ่ะ
 
 
 
"เดี๋ยวถึงก็รู้ครับ" พูดไปขำไปนิดหน่อย
 
 
 
เดินนำจากถนนใจกลางเมืองตัดเข้าตัวห้างที่ใหญ่ที่สุดของเมือง Cambridge ที่ชื่อว่า Grand Arcade
ทะลุไปตรงถนน King's street ก็จะเจอตัวคอลเลจพอดิบพอดี 
 
 
 
 
พอเห็นด้านหน้าของ King's college เท่านั้นแหละ คุณเอถึงกับร้อง "ว้าว" ออกมาจนผมแอบยิ้มขบขันนิดๆไม่ได้
ก็แน่ล่ะ เพราะ College ของที่บ้านผมไม่เหมือนใครนี่นา แต่ก็ต้องยกเว้นเจ้า Oxford ซักคนแล้วกัน
 
 
 
 
 
 
"ทำไมมันดูเหมือนโบสถ์จัง?!" คุณเอร้องถามเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามอง ผมได้แต่เกาแก้มเก้อๆแล้วอธิบายไป
 
 
 
 
 
 
"ก็เพราะว่าแต่ก่อน College ของผมทั้งหมดเป็นศาสนจักร(Christendom)น่ะครับ ตอนช่วงเวลานั้นเราจึงมีอีกชื่อว่า Christendom city ด้วย ในสมัยที่ Church of England ก่อตั้งขึ้น ก็คงเป็นสมัยคิงเฮนรี่ที่ III ได้ตัดสินใจให้ Oxbridge เอ่อ ... หมายถึง ผมกับอ๊อกฟอร์ดน่ะ เปลี่ยนศาสนจักรทั้งหมดเป็นมหาวิทยาลัยแทน เพื่อความก้าวหน้าทางด้านการศึกษา ซึ่งคอลเลจที่เมืองของผมมีทั้งหมด 33 ที่ครับ ทั้งหมดขึ้นตรงกับ University of Cambridge พวกเราคล้องกันเหมือนเป็น Union" ผมร่ายยาว คุณเอดูจะงงๆไปนิดแต่ก็พยายามพยักหน้าเข้าใจ เต็มที่ 
 
 
 
 
 
 
 
พวกเราเดินเลาะไปตามถนนก่อนที่จะเข้าไปภายในตัวคอลเลจ 
คุณเอ หยิบกล้องประจำตัวขึ้นมาถ่ายนู่นถ่ายนี่ไปเรื่อย ในขณะที่ผมก็ยืนมองจักรยานตาละห้อย จนคิดว่าสงสัยวันอื่นต้องเช่าจักรยานเที่ยวกับเขามั่งแล้วล่ะ !
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ในตอนนั้นเองที่พวกเรามายืนหยุดอยู่ที่หน้า วงกลมสีทองอันใหญ่ๆในตู้กระจก คุณเอกำลังหันมาถามผม แต่ด้วยที่รู้หน้าที่ดีจึงได้อธิบายโดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ
 
 
 
 
 
"ที่เห็นอยู่นี่คือนาฬิกาคอร์ปัส (Corpus Clock) ครับ มันเป็นนาฬิกาที่ทำมาจากทองคำแท้ที่มีมูลค่ารวมถึง 1 ล้านปอนด์เลยล่ะ คุณ John C. Taylor เป็นคนสร้างขึ้นโดยใช้เวลาทั้งหมด 5 ปีและตึกที่เห็นอยู่ก็คือ Taylor libery  สัญลักษณ์คล้าย Glass hopper(ตั๊กแตน) ที่ชื่อว่าปีศาจ Chronophage บนตัวนาฬิกา และเป็นตัวทำให้นาฬิกาหมุนไปตามจำนวนวินาทีพร้อมทั้งการอ้าปากตามจังหวะ เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึง การกินเวลาครับ" 
 
 
 
คุณเอดูจะเพ่งบอกไม่น้อย เพราะว่าแสงสะท้อนจากกระจกทำให้เห็นหน้าตาของปีศาจตัวนั้นไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่เจ้าตัวก็พยายามจะถ่ายมันให้ชัดๆ จนผมได้แต่ยืนมองไปด้านอื่นรอเวลาจนเหลือบเห็นร้านขนมที่เพิ่งเปิดใหม่พอดี
 
 
 
 
"คุณเอครับ เราไปกินขนมกันเถอะ!" จากนั้นผมก็ถือวิสาสะลากเขาไปเลย
 
 
 
 
 
พวกเรามาหยุดที่ร้าน "Fudge Kitchen" โดยมีพนักงานที่กำลังทำ ฟัดจ์ ขนมพื้นเมืองของอังกฤษอยู่ภายในร้าน โดยมีรั้วกั้นไม่ให้ลูกค้าเข้าไปดูอย่างใกล้ชิด แต่ระยะห่างแค่นั้นก็เห็นได้ชัดเพียงพอแล้ว 
 
 
 
 
 
 
คุณเอ หันมองรอบๆก่อนที่จะชี้ หม้อกระทะทองแดงอันใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าร้าน พร้อมกับถามขึ้น "อันนั้นเอาไว้ใช้ทำอะไรงั้นเหรอ?!"
 
 
 
 
 
พนักงานที่กำลังนวดน้ำตาลที่เหลวเป็นก้อนแล้วยิ้มขำ ก่อนจะอธิบายแทน "นั่นเอาไว้กวนน้ำตาลให้เป็นก้อนครับคุณผู้ชาย" 
 
 
 
คุณเอร้องอ้อ พร้อมหันไปรับฟัดจ์ตัวอย่างที่ทางร้านแบ่งให้ชิม เจ้าตัวดูจะชอบไม่น้อย เพราะความหวานผสมเค็มๆหน่อย 
 
 
 
"มันคือ น้ำตาลที่เอามากวนเป็นก้อนแล้วใส่รสชาติหลากหลายเข้าไปค่ะ มีให้เลือกหลายแบบเลยนะ ตอนนี้มีแบบผสมในชาเป็นรสชาติด้วย แค่ใส่น้ำลงไปก็พอแล้วค่ะ"
 
 
พนักงานหญิงที่ถือถาดตัวอย่างมาให้ชิมยิ้มอย่างใจดี
 
 
หลังจากที่เจ้าตัวชิมแล้ว ไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ ก็ไปยืนเลือกซื้อกลับบ้านซะเสียแบบนั้น ทำให้พนักงานยิ้มขำ ยืนคุยกับผมรอ ให้คุณเอซื้อเสร็จ
 
 
 
 
 
 
 
"ว่าไงครับ ซื้อมากี่กล่องเอ่ย?" ผมถามขึ้นหลังจากที่บอกลากับพนักงานภายในร้านเรียบร้อยแล้ว
 
 
 
"4 ! เห็นพนักงานบอกว่าเก็บได้ 3 อาทิตย์ภายในอุณภูมิห้องเลยซื้อมาเยอะเลย" คุณเอดูกระตือรือร้นมากจนทำให้ผมยิ้มขำๆตามไม่ได้
 
 
 
"ครับ แต่ภายในกล่องนี่มีตั้ง 5 ชิ้น จะกินหมดเหรอครับตั้ง 20 ถ้ากินเยอะๆจะเลี่ยนได้นะ" เขาหันมามองทำตาโตแล้วทำท่าเหมือนคนคิดอะไรออก
 
 
 
"ก็เอาไปฝากคนอื่นๆไง!" ผมพยักหน้ารับหงึกๆ
 
 
"งั้นเราก็เข้าไปในคิงคอลเลจกันเถอะครับ"
 
 
 
ระหว่างทางที่เข้าไปทางเข้าโบสถ์ของคิงคอลเลจ เจ้าตัวก็ถ่ายรูปอีกเช่นเคย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"เข้ารั้วเขตของคิงคอลเลจแล้วล่ะครับ" ผมยิ้ม 
 
 
คุณเอพยักหน้าอย่างแข็งขัน 
 
 
 
 
ภายในตัวโบสถ์
 
 
"ที่นี่ต้องใช้เสียงน้อยหน่อยนะครับ เพราะว่าเป็นเขตของโบสถ์แล้ว ที่นี่ถูกสร้างโดยคิงเฮนรี่ที่ IV ครับ ตอนแรก King's college เป็น college ที่รับเฉพาะผู้ชาย แต่ปัจจุบันรับทั้งหญิงและชายแล้วครับ ไม่ต้องห่วง รอบๆโบสถ์ตรงกระจกสเตนกาสต์ (Stain glass) ก็ถูกนำมาเล่าเรื่องราวชีวิตของพระเยซูครับ"
 
 
"อ้อ ! ห้ามใช้แฟลชนะครับ"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"ตรงกลางจะมีออร์แกนสำหรับบำเลงเพลง ต่อด้วยที่นั่ง ร้องเพลงภาวนาครับ"
 
 
"ที่นี่ถูกนำมาใช้ในพิธีสำคัญมากมายของอังกฤษครับ ทั้งๆที่เป็นแค่ Chapel เท่านั้นนะครับไม่ใช่ Church จริงๆ"
 
 
 
 
 
 
 
"ลึกภายในสุดของโบสถ์ก็จะเป็นรูปภาพวาด คืนประสูติกาลของพระเยซูครับ ที่เห็นชายสามคนตรงด้านซ้ายคือ พ่อค้าที่มาขอพบพระองค์ ด้านขวาก็เป็นพระแม่มารีย์ ครับ"
 
 
ลองมองย้อนกลับไปดู
 
 
 
 
 
 
 
"อันนี้เป็นห้องเล็กเป็นหนึ่งในหลายๆห้องของที่นี่ครับ"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"พอออกมาจากโบสถ์อีกฝั่งก็จะเป็นภายในรั้ว College ครับ" 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
(ฮันแหน่ คุ้นตารูปนี้ล่ะสิ)
 
 
 
พอพาคุณเอเดินรอบๆ College เป็นที่เรียบร้อยก็พาไปแวะทานอาหารที่ร้านอาหารแถวๆนั้น
ใกล้ๆโรงแรมของคุณเอพอดิบพอดี
 
 
 
 
 
 
"ร้านนี้เป็นร้านอาหารอิตาลีครับ ตอนกลางคืนก็เป็นบาร์ด้วยนะ แต่ว่าผมไม่แนะนำให้ดื่มหรอกนะครับ เดี๋ยวแฮงค์โอเวอร์พรุ่งนี้แล้วจะอดเที่ยวกันพอดี"
 
 
 
 
 
"ที่ผมแนะนำก็คงจะเป็น Chicken Hunter ครับ อร่อยมากเลยล่ะ ยกนิ้วให้ เป็นไก่ทอดแล้วเอาชีสอบด้านบนราดซอสบาบีคิวครับ"
 
 
 
 
(แต่รูปภาพหาไม่ได้ .............../ซรับรัวๆ #ผปค)
 
 
 
 
 
คุณเอตัดสินใจเดินไปสั่งที่เคาท์เตอร์ ด้วยเมนูที่ผมแนะนำ พอรับประทานอาหารเสร็จ ผมจึงเดินไปส่งเขาที่โรงแรมตามเดิม
 
 
 
 
"ถ้ายังไงพรุ่งนี้จะพาไปดู พิพิธพันธ์สองที่เลยนะครับ !" ผมยิ้มพร้อมกับโบกมือ
 
 
 
 
 
 
 
 
NEXT DAY > ALL DAY TOUR WITH THE EDUCATION TOWN.
 
**รูปภาพที่ไม่มีเครดิตใต้ภาพเป็นภาพของผู้ปกครองเองค่ะ ถ้าจะนำออกไปกรุณาใส่เครดิตด้วยเน้อ *ขยิบตาวิ้งๆ*
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อูอา ภาพเยอะมากกก อ้ากกกกกกกก
อ่านจบแล้วเผลอปิดลืมเม้นไปเลยขอโทษค่ะ /กราบ  
ข้อมูลแน่นมากสมแล้วกับที่เคยไปมา  แถมรูปโหลดโหดได้ใจสุดๆเลย ฮาา  รอวันต่อๆไปนะค้า

#1 By Aki_Zen on 2013-05-16 22:07

zeraphy.☺' View my profile